
การทํารากฟันเทียม เจ็บไหม? ความเข้าใจของคนส่วนใหญ่เกี่ยวกับการทํารากฟันเทียม คือ การ ผ่าตัดเปิดเหงือก ซึ่งอาจฟังดูน่ากลัว แต่ความจริงเเล้ว ขั้นตอนการทํารากฟันเทียมไม่ได้เจ็บอย่างที่คิด เนื่องจากแพทย์จะมีการให้ยาชาเฉพาะที่หรือยาระงับความรู้สึกเจ็บในระหว่างการทํา แต่กลับกัน กระบวนการที่ทําให้คนไข้รู้สึกเจ็บที่สุด คือการถอนฟันมากกว่าการใส่รากเทียมเสียอีก เพราะการทําราก ฟันเทียมคือการใส่วัสดุรากเทียมที่ทำจากไทเทเนียมผ่าตัดฝังลงบริเวณกระดูกขากรรไกรเพื่อแทนที่ราก ฟันจริงเท่านั้น ดังนั้นอาการเจ็บปวดจากการทํารากฟันเทียมและบาดแผลจึงแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย
ยิ่งไปกว่านั้นด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีด้านทันตกรรม ทําให้กระบวนการรักษาสะดวก ใช้เวลา น้อย และง่ายมากยิ่งขึ้น โดยที่คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บและน่ากลัว แถมปัจจุบันการทํารากเทียมยังมีตัวเลือก มากมายที่เหมาะสมกับคนไข้อีกด้วย
🦷 ผู้ที่มีปัญหาฟันหลอ
🦷 ผู้ที่สูญเสียกระดูกรองฟันเป็นเวลานาน
🦷 ผู้ที่ใช้ฟันปลอมเเล้วรู้สึกหลวม ใส่ไม่พอดี
🦷 ผู้ที่มีปัญหาโรคเหงือกและภาวะสูญเสียฟันในขั้นรุนแรง
🦷 ผู้ที่มีปัญหาสูญเสียกระดูกบริเวณกรามหลังการสูญเสียฟัน
🦷 ผู้ที่ทําครอบฟันหรือสะพานฟันเเล้วมีปัญหา ฟันอาจโยกจนถึงขั้นจําเป็นต้องถอน

o แจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจําตัวให้ทันตแพทย์ทราบเนื่องจากทันตแพทย์อาจจําเป็นต้องให้ ยาปฏิชีวนะก่อนรับการรักษาในบางกรณี
o ตรวจสุขภาพกับทันตเเพทย์ก่อนว่าสามารถเข้ารับการรักษารากฟันเทียมได้หรือไม่
o งดรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมบางชนิดที่ส่งผลทําให้เลือดหยุดไหลช้าในกรณีเป็นยาที่คนไข้ต้องรับประทานต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์ประจําตัวก่อนจึงสามารถหยุดได้
o งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์อย่างน้อย7วันก่อนเข้ารับการผ่าตัด
o หากมีอาการไม่สบายเป็นไข้เป็นหวัดหรือโรคอื่นๆควรรอให้หายเป็นปกติก่อนเข้ารับการรักษา
o หากคนไข้รับประทานยากลุ่มละลายลิ่มเลือดให้ทําการปรึกษาเเพทย์ก่อนการหยุดยา
กระบวนการรักษาทั้งหมดอาจใช้เวลานานหลายเดือนกว่าจะเสร็จสิ้น โดยส่วนมากจะเป็นการรอ แผลสมานตัว และรอการสมานของกระดูกกับรากฟันเทียม โดยในบางกรณีหากมีการใช้กระบวนการ รักษาเพิ่มเติมอาจจําเป็นต้องใช้เวลา
นานมากยิ่งขึ้น
1) เข้ารับการปรึกษาและตรวจช่องปากอาจมีการX-Rayและพิมพ์ปากเพื่อวางแผนการรักษาให้ เหมาะสมที่สุด
2) ทําการเคลียร์ปัญหาช่องปากที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการทํารากฟันเทียมตามวินิจฉัยของ ทันตเเพทย์ เช่น การอุดฟัน ขูดหินปูน และรักษาอาการเหงือกอักเสบ
3) หากคนไข้มีเนื้อกระดูกเหลือเพียงพอหรือเป็นเคสที่ถอนเเล้วฝังรากเทียมได้ทันทีก็สามารถ ผ่าตัดฝังรากฟันเทียมได้เลย แต่หากมีกระดูกไม่เพียงพอ คนไข้อาจต้องเข้ารับการปลูกกระดูก รากฟันเทียมก่อน และใช้เวลารอคอยการปลูกรากฟันเทียมนานขึ้นกว่าเดิม
4) ทันตแพทย์จะฝังรากเทียมลงบนกระดูกที่รองรับฟันและเย็บปิดปากแผลในขั้นตอนนี้อาจจะยังมี ช่องว่างระหว่างฟัน หลังการผ่าตัด แต่อย่างไรก็สามารถใช้ฟันเทียมแบบถอดได้เพื่อทดแทนฟัน ในระหว่างที่รอการสมานของกระดูก
5) รับวันนัดหมายตรวจแผลซึ่งจะห่างออกไปประมาณ7-14วันหลังการผ่าตัด
6) คนไข้ต้องรอประมาณ3-4เดือนเพื่อให้รากฟันเทียมยึดติดกับกระดูกได้อย่างสมบูรณ์หลังจาก
นั้นทันตเเพทย์จะทําการนําพิมพ์ปากของคนไข้ไปผลิตครอบฟัน
7) ทันตเเพทย์นัดมาใส่เเกนฟันตัวจริงและใส่ครอบฟันหรือสะพานฟัน
8) พบทันตเเพทย์เพื่อตรวจการสบฟันการบดเคี้ยวและทําการปรับให้เป็นปกติโดยจะมีทันตแพทย์
แนะนําวิธีการดูเเลและปฏิบัติตัวหลังการทํารากฟันเทียมให้กับคนไข้
o กัดผ้าก็อตทที่ันตแพทย์ให้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา1-1.30ชั่วโมงเพื่อห้ามเลือดจนหยุดไหลและ ไม่ควรเปลี่ยนผ้าก็อตบ่อย
o ประคบเย็นเป็นเวลา3วันบริเวณเเก้มที่ทําการผ่าตัดเพื่อลดอาการบวม
o ไม่ควรใช้หลอดดูดนํ้าหลังการผ่าตัด24ชั่วโมงแรกรวมไปถึงการสูบบุหรี่เพราะแรงดูดจะส่งผลต่อแผล
o ช่วงแรกให้รับประทานอาหารอ่อนเช่นโจ๊กหรือข้าวต้มเพื่อหลีกเลี่ยงการบดเคี้ยวอาหารและของเเข็ง
o แปรงฟันและขัดฟันได้ตามปกติแต่ให้ระมัดระวังบริเวณที่เป็นแผลผ่าตัด oรับประทานยาตามที่ทันนตแพทย์สั่งให้ครบถ้วน
o นอนหมอนสูง2-3วันแรกเพื่อลดอาการบวม
o อมนํ้าเกลือหรือนํ้ายาบ้วนปากทที่ันตแพทย์ให้หลังรับประทานอาหารและก่อนนอนเพื่อลดการติดเชื้อ
o รับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อให้แผลสมานได้เร็วขึ้นงดแอลกอฮอล์หรืออาหารที่มีนํ้าตาลสูง
o ตรวจดูอาการเเละสิ่งผิดปกติเป็นระยะไปพบทันตเเพทย์ตามนัดและตรวจสุขภาพฟันอย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน
กลับมาใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ ได้ฟันสวยเหมือนใหม่ ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องทนเจ็บ ทวงคืนรอยยิ้ม และความสุขของคุณ กลับคืนมา ด้วย รากฟันเทียม ทางเลือกใส่ฟันของคนยุคใหม่
สําหรับผู้ที่สนใจในการรักษาฟัน สามารถเข้าปรึกษา และรับคําแนะนํากับทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้ที่ Dental Select Clinic
Common treatments at our Pattaya clinic
Trusted dental clinic in Pattaya Sai 3, Thailand. Our English-speaking dentists specialize in implants, veneers, Invisalign, and cosmetic dentistry for international patients.